Untitled Document
 


Melbourne Time

 
กลับมา....  

หลายเดือนผ่านมาละ มีอะไรเกิดขึ้นเยอะแยะเลย

ต้องบันทึกไว้ ไม่งั้นลืม

31 สิงหา กลับไปไทย หนึ่งคืน !!!!

บินไปบินกลับอย่างรวดเร็ว
จำได้ว่ากลับไปนอนบ้านคืนนึง ตอนที่ลงจากรถแล้วพ่อกับแม่ชะเง้อคอยอยู่หน้าบ้านนะ โอ้โห น้ำตาจะไหล
วิงไปกอดแม่อย่างแน่นเลย แม่ก็กอดเค้าแน่นๆๆๆ เหมือนกัน

กอดแม่ กอดพ่อ ทักทายหมาๆ นอนหลับบนเตียงที่คุ้นเคย
กินข้าวอร่อยๆฝีมือแม่

กลับมาคราวนี้ไปกว้านซื้อหนังสือ เอดส์ไดอารี่มาอ่าน
ได้อะไรเยอะเลยจากหนังสือชุดนั้น

มันทำให้รู้เลยว่า ชีวิตคนเรามันไม่ต้องการอะไรเลยจริงๆ
ขอเพียงแค่ได้มีชีวิตอยู่กับคนที่เรารัก แค่นั้นก็พอ
เป็นความสุขง่ายๆที่พอเพียง
การมีชีวิตอยู่ และได้อยู่กับคนที่รัก

วันนี้เราอาจจะมองไม่เห็นคุณค่า แต่ถ้าวันนึงเกิดสูญเสียไป เราจะเห็นเลยว่าเรื่องธรรมดาๆในชีวิตเรามันมีค่ามากจริงๆ

เหมือนชีวิตของเจ้าของไดอารี่เล่มนี้

มันก็เลยทำให้ได้คิดว่า อืมเนอะ ชีวิตที่เราเนี่ยมันมีค่าจริงๆเลย
หมั่นทำความดีซะ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำ
เราโชคดีกว่าคนอื่นตั้งเยอะ
บางคน แค่ดิ้นรนเอาชีวิตให้รอดจากโรคภัยไข้เจ็บ ก็เป็นเรื่องยากเหลือเกินแล้ว
เราเอง แข็งแรง สมบูรณ์ทุกอย่าง ทำไมไม่ใช้ชีวิตให้มีคุณค่ากว่านี้

ชีวิตยากๆที่เราเจอวันนี้ เราอาจจะคิดถึงมันมากๆเลยก็ได้ถ้าสูญเสียมันไป

เค้าผ่านจุดนั้นมาแว้บนึง แบบว่าห่วงชีวิตตัวเองแบบสุดๆอ่ะ
จนผ่านจุดนั้นมา แบบว่าโอ้โห ชีวิตปกติทุกวันของเราเนี่ย โคตรมีค่าเลย

เวลาท้อๆ ก็หยิบเอาหนังสือเล่มนี้มาอ่าน
แล้วจะมีกำลังใจขึ้นอีกเยอะเลย

เพราะมันไม่ใช่หนังสือปรัชญาธรรมะ เข้าใจยากอะไรแบบนั้น
แต่เป็นหนังสือที่แต่งจากเรื่องจริง ที่ทำให้เค้าเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่มากกว่าเดิมหลายเท่า

........................



เช้าวันรุ่งขึ้นก็นัดเจอพี่เบนซ์ที่ปิ่นเกล้า แล้วก็ไปท่าพระจันทร์กัน
ตอนที่เดินๆเล่นอยู่แถวนั้นเนี่ย รู้สึกตื้อๆ แบบว่า โห นี่เราอยู่เมืองไทยอ่ะ
มีคนพูดภาษาเดียวกับเราเต็มไปหมดเลย มีของวางขายเยอะเยอะ เต็มไปด้วยบรรยากาศเก่าๆที่เราคุ้นเคย

ใครไม่ลองมาอยู่เมืองนอกจะไม่รู้เลยว่า
จริงๆแล้วเรารักเมืองไทยแค่ไหน

กลับมาออสเตรเลีย

ยัง ตอนนี้ยังไม่เหงา เพราะอีกเดือนนึงก็จะกลับไปเมืองไทยหนึ่งเดือนเต็มๆ

ปล. ตอนกลับพี่เบนซ์ไปส่งที่สนามบิน ไปนั่งจกข้าวเหนียวไก่ทอดที่ซื้อมาจากหน้าธรรมศาสตร์อย่างเอร็ดอร่อย

23 มิ.ย. - 19 ต.ค.

คืนแรกที่ถึงไทย กลับบ้านแป๊ปนึงแล้วก็เข้ากรุงเทพไปหาพี่เบนซ์โลด

จำได้ว่าเวลาช่วงนั้นมีความสุขที่สุด ได้อยู่กับพี่เบนซ์ทุกวัน
ทุกเช้าพี่เบนซ์จะตื่นไปหาอะไรมาให้กิน
บ่อยที่สุดคือข้าวเหนียวหมูปิ้ง สโมกกี้ไบท์ ขนมเยอะแยะ
เสร็จแล้วพี่เบนซ์ถึงจะไปทำงาน

ระหว่างวัน เค้าก็ต้องไปติดต่อกระทรวงต่างๆเพื่อหาขออนุญาตเก็บข้อมูล

ทุกๆวันเป็นวันแห่งความสุข

ตื่นเช้า กินของอร่อยๆ ไปติดต่องาน เย็นกลับหอ รอพี่เบนซ์กลับมา ไปหาอะไรกินกัน ดูหนังสนุกๆ

ทุกวัน เค้าจะนับวันถอยหลัง แบบว่าไม่อยากให้มาถึงเลย อยากอยู่เมืองไทย
บ่นให้พี่เบนซ์ฟัง พี่เบนซ์ก็ไม่เข้าใจ
อารมณ์คนนึงอยากไป อีกคนก็อยากกลับ อะไรทำนองนี้

หนึ่งเดือน มีทะลาะกันมั้ย?

มี บ่อยด้วย

 

แต่พี่เบนซ์บอกว่ามันก็ทำให้เราเรียนรู้กันมากขึ้น



....................

กลับมาออส

ความรู้สึกแรกเลยคือเหงา เหงามาก

เคยมีคนบอกว่า ยิ่งกลับไปเมืองไทยก็จะยิ่งคิดถึง

มันใช่เลย

คืนแรกหลังจากกลับมา มันทรมานมาก นอนไม่หลับ ร้องไห้
คิดถึงเมืองไทยสุดๆ

อารมณ์แบบว่า ผวาลืมตาขึ้นมา แล้วถามตัวเอง ว่าชั้นอยู่ไหนเนี่ย
พอได้คำตอบก็ร้องไห้ มันว้าเหว่ สุดๆเลย

กว่าจะปรับตัวได้นานอยู่เหมือนกัน

พี่เบนซ์ต้องออนไลน์ไว้ทั้งคืน เค้าต้องลากโน๊ตบุ๊คไปไว้ที่เตียง แล้วค่อยหลับ
อารมณ์แบบว่าจะได้เห็นหน้าพี่เบนซ์ตลอด เหมือนพี่เบนซ์ยังอยู่ใกล้ๆ  พี่เบนซ์ก็จะรอจนเค้าหลับ แล้วถึงจะใช้รีโมทมาปิดคอมให้

มีรีโมทนี่ก็ดีอย่าง พี่เบนซ์ซ่อมคอมให้เค้าได้เลย โดยที่เค้านั่งมองเฉยๆ เมาส์เลื่อนได้เอง ชอบมากก ไฮเทคดี

...........................

ผ่านมาจนถึงวันนี้

จากที่แต่ก่อนไม่เคยมีคำถามแบบว่า ชั้นมาทำอะไรที่นี่

ตอนนี้คำถามนี้เกิดขึ้นถี่มาก
แบบว่าคิดตลอดเลย ว่าคุ้มมั้ย ที่เอาทุกอย่างเข้าแลก เพื่อสิ่งนี้
ทุกวัน ต้องเหนื่อย ในหัวมีแต่เรื่องเรียน ตลอดเวลา ย้ำ! ตลอดเวลา ไม่เว้นแม้แต่เวลากิน ก่อนนอน อาบน้ำ เดินซื้อของ หรือแม้แต่คุยกับเพื่อนก็จะคุยแต่เรื่องนี้ จนรู้สึกว่าเพื่อนเองก็คงเบื่อแล้วล่ะ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

ไม่อยากจะคิดว่าอีกสามปีข้างหน้าที่เหลือ จะเป็นยังไง

อยากกลับไปเป็นคนทำงานธรรมดา อยู่บ้าน ทำงานก๊อกๆแก๊กๆ ไม่เท่ห์แต่มีความสุข

คุยกับเพื่อนที่เรียนเอกด้วยกัน วันๆก็คุยวนเวียนกันอยู่แค่นี้ เขียนไปถึงไหนละ จะพรีเซ้นต์เมื่อไหร่ อาทิตย์นี้เจอซุปรึยัง ตอนนี้เริ่มบทนี้รึยัง ยืมหนังสือห้องสมุดโน้นได้มั้ย ไปสัมมนาที่ไหน.......

 

เฮ้อ

 

เครียดดดดดดดดดดด


ความสำเร็จกับความสุขมันไม่ได้มาคู่กันรึไง

 

...................

 

ช่วงก่อนเราทะเลาะกันหนักมาก
เรื่องบางเรื่องก้ไม่เป็นเรื่อง

แต่เค้าเป็นคนที่เครียดอยู่แล้ว เรื่องเล็กน้อยที่ไม่ควรเอามาคิด เค้าก็ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ผสมกับความเครียดจากการเรียน
จากหลายๆอย่าง ทำให้เผลอกรี๊ดดดดใส่พี่เบนซ์ไปหลายรอบมากๆๆ

ไม่รู้ทำไม ระงับอารมณ์ไม่ได้เอาเลย

ทั้งที่เหมือนก่อนก็ไม่ขนาดนี้

รู้สึกว่าเมื่อก่อนเค้ามองโลกในแง่ดีกว่านี้เยอะ แต่เดี๋ยวนี้มองอะไรก็ร้ายไปไหมด
ร้ายมากด้วย

บางทีเผลอแสดงอารมณ์ร้ายๆใส่คนอื่น แบบระงับไม่อยู่ก็หลายครั้ง

แย่จัง


บางทีเค้าก็นั่งวิตกจริตอยู่คนเดียว เปิดเน็ตหาข้อมูล สะดุดกับอะไรร้ายๆก็เหมาเอาว่าชั้นจะต้องเป็นแบบนั้น
โรคร้ายต่างๆที่เปิดเจอก็เหมาเอาหมดว่าเสี่ยง จนต้อไปหาหมอตรวจกันเลย ต้องให้หมอยืนยันว่าปกติดีนะ ไม่เป็นโรคโน่นโรคนี่อย่างที่กังวลหรอก

เค้าว่านะ หนึ่งปีผ่านไป สำหรับการเรียนที่นี่มันทำให้เค้าเปลี่ยนไปมาก

เป็นคนวิตกจริต คิดล่วงหน้ากับสิ่งที่ยังไม่เกิด
คิดแผนอะไรไว้ ก็ต้องคิดเผื่อในทางที่ร้ายที่สุดไว้ก่อน
มองโลกในแง่ร้าย
เจ้าอารมณ์ รู้แต่ระงับไมได้ เผลอแสดงออกมาก็บ่อยครั้ง
ซึมๆ เศร้าๆ คิดมาก ฟุ้งซ่าน จินตนาการเรื่องร้ายๆเข้าสมองตลอดเวลา
ขี้อิจฉา
คิดเรื่องเดิมวนเวียนไปมา หาทางออกไม่เจอ หรือบางทีหาทางออกได้ก็ย้อนกลับมาคิดใหม่หลายๆรอบ จนงงไปหมดว่าจริงๆแล้วเรื่องนี้มีสาเหตุจากอะไรกันแน่
โลเล เปลี่ยนใจไปมาบ่อยมาก
ติดอินเตอร์เน็ท ตื่นมาปุ๊บต้องเปิดปั๊ป ก่อที่จะอาบน้ำ แปรงฟันซะอีก


เฮ้อ รู้สึกว่าตัวเองคล้ายคนโรคจิตเข้าทุกวัน

เรียนจนบ้าไปแล้วรึเปล่าไม่รู้อ่ะ





ตอนนี้มีกำลังใจเล็กๆอยู่อย่างเดียว
ปลอบตัวเองทุกวัน ว่าเดี๋ยวก็ได้กลับบ้านละ

.........................

 

อีกเรื่องนึง

ตอนเค้ากลับไทย เค้าติดต่อ " พี่คนนั้น" เพื่อยุติการติดต่อกันไม่ว่าทางใดอย่างเด็ดขาด
ทั้งโทรศัพท์ อีเมล์ MSN เค้าdelete ทิ้งหมด

เพื่อความสบายใจของพี่เบนซ์
เพราะเค้าจำคำที่พี่เบนซ์พูดกับเค้าได้ว่า ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่น พี่เบนซ์คงยื่นคำขาดว่าห้ามติดต่อผู้ชายคนนี้อีก ไม่งั้นเลิกกัน
แต่กับเค้าพี่เบนซ์ไม่กล้ายื่นคำขาดแบบนั้นกับเค้า เพราะกลัวว่าเค้าจะเลิกกับพี่เบนซ์ไปจริงๆ


แล้วเค้าก็กลับมาคิด
ว่าถ้าพี่เบนซ์ทำอย่างเค้าบ้าง เค้าจะยอมมั้ย

คำตอบก็คือไม่ยอม ยอมไม่ได้

ใจเขาใจเราเนอะ 

เค้าไม่ยอมเอาพี่เบนซ์ไปแลกกับใครหรอกค่ะ
พี่เบนซ์คนดีที่หนึ่งอยู่แล้ว ^^

     Share

<< วันเกิดปีแรกที่เมลเบิร์นเวลาของเรา >>

 
 

ไปจันท์ฮิ
When our relation has changed
วันนี้ขอจดบันทึก
ได้ยินเพลงจากโฆษณา
เวลาของเรา
กลับมา....
วันเกิดปีแรกที่เมลเบิร์น
กลับมาเป็นฆราวาส
Easter Holiday
วันเกิด + พี่เบนซ์บวช
ปากกา

คนมาแอ่วหา 73707  

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

 
     
 
 
Posted on Sun 6 Sep 2009 22:17